วางจำหน่ายแล้วทั่วโลก! Fitbit​ Charge 3 แทรคเกอร์รุ่นล่าสุดขายดีอันดับหนึ่ง

เปิดตัว​ Fitbit Charge 3 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ หรูและพรีเมียมมากขึ้น พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท

Fitbit แวร์เอเบิลชั้นนำระดับโลก พร้อมเผยโฉม Fitbit Charge 3 วิวัฒนาการล่าสุดในซีรีส์ Charge โดย Fitbit Charge 3 ได้ยกระดับดีไซน์ให้พรีเมียมขึ้น เพื่อรองรับการใส่ว่ายน้ำ มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัส โหมดออกกำลังตามเป้าที่มีให้เลือกมากกว่า 15 อย่าง มาพร้อมดีไซน์ใหม่ หรูและพรีเมียมมากขึ้น ตัวเรือนอะลูมิเนียมใช้เทคโนโลยีอากาศยานให้น้ำหนักเบา จอทัชสกรีนกระจก​ Gorilla Glass 3 ทนทานต่อรอยขีดข่วน ดีไซน์บางลงเพื่อการสวมใส่ที่สบาย อัดแน่นด้วยสมาร์ทฟีเจอร์เพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายครบครัน รองรับระบบการชำระเงินฟิตบิท เพย์ พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรีที่ยาวนานถึง 7 วัน

ดีไซน์สุดหรู รังสรรค์อย่างชาญฉลาด

ฟิตบิท ชาร์จ 3 ผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบาพิเศษ ใช้กรอบอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ และใช้กระจก Corning Gorilla Glass 3 ที่มีรูปทรงเพรียว ให้แสงเงาที่ทันสมัย ทนทานขึ้น และสวมใส่สบายรับข้อมือ

เหมาะกับทั้งผู้ชายและผู้หญิง หน้าจอระบบสัมผัสที่คมชัด ใหญ่กว่าเดิมเกือบ 40% และสว่างกว่ารุ่นเดิม ให้ประสบการณ์ที่ไวต่อสัมผัส และเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างง่ายดาย

มาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของ​ Fitbit (PurePulse) เซ็นเซอร์ตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ (Relative SpO2 sensor) โหมดออกกำลังกายที่มีให้เลือกมากกว่า 15 โหมด สามารถใส่ว่ายน้ำได้ แดชบอร์ดข้อมูลสุขภาพ การติดตามสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี ฟังก์ชั่นติดตามการนอนในช่วงต่าง ๆ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ และประสบการณ์อื่น ๆ อีกมากมาย

ประสบการณ์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่เหนือกว่า

นอกเหนือจากงานดีไซน์หรูระดับพรีเมียมแล้ว ฟิตบิท ชาร์จ 3 ยังนำเสนอฟีเจอร์ด้านสุขภาพและฟิตเนสที่ล้ำสมัยที่สุดในบรรดาแทรคเกอร์ของฟิตบิทในปัจจุบัน อัดแน่นด้วยข้อมูลการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจกว่า 9 ล้านล้านนาที

ฟิตบิทได้พัฒนาเทคโนโลยีติดตามการเต้นของหัวใจ PurePulse ที่ทำงานตลอดเวลา 24/7 และวัดการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังได้แม่นยำขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่น ชาร์จ 2 รวมทั้งวัดระดับการเผาผลาญแคลลอรีและชีพจรขณะพักได้ดีขึ้น

ช่วยให้ออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสมและรู้แนวโน้มสุขภาพของตนเอง การเพิ่มเซ็นเซอร์ SpO2 เข้ามาในแทรคเกอร์ของฟิตบิทเป็นครั้งแรก เพิ่มขีดสามารถการประเมินระดับออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ และติดตามปัจจัยบ่งชี้ด้านสุขภาพอย่างภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

ฟีเจอร์สุขภาพและฟิตเนสที่เสริมเข้ามา ได้แก่

  • หมดการออกกำลังกายแบบอิงเป้าหมาย เลือกโหมดออกกำลังได้มากกว่า 15 ประเภท เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง ยกน้ำหนักและโยคะ สามารถตั้งเป้าการเผาผลาญแคลอรี สามารถดูสถิติได้แบบเรีบลไทม์ พัฒนาและฉลองความสำเร็จได้จากตัวอุปกรณ์ เมื่อคุณบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
  • กันน้ำลึกถึง 50 เมตร สามารถใส่ได้ขณะอาบน้ำ ตากฝน ว่ายน้ำในสระหรือทะเล เช็คระยะเวลา
  • แบบเรียลไทม์บนข้อมือได้ด้วยโหมดว่ายน้ำ (Swim Mode) หรือใช้ SmartTrack ดูรอบและความเร็วหลังจากว่ายน้ำได้ด้วยแอปฯ ฟิตบิท
  • วิ่งได้ไกลขึ้น สร้างแรงใจต่อเนื่องด้วย GPS ที่เชื่อมต่อจากโทรศัพท์เพื่อดูความเร็วและระยะทางได้จากอุปกรณ์ โดยฟังก์ชั่น Run Detect จะพักชั่วคราว (auto pause) และสิ้นสุดการทำงานโดยอัตโนมัติ
  • ติดตามสุขภาพของผู้หญิง เข้าใจวงจรการมีรอบเดือนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วยการใช้แอปฯ ฟิตบิท ในการบันทึกการมีรอบเดือนและระยะไข่ตก บันทึกอาการและเปรียบเทียบวงจรรอบเดือนที่ผ่านมา
  • ดูข้อมูลส่วนต่างๆได้ง่าย สามารถดูสถิติกิจกรรมรายวันและสุขภาพด้านต่างๆ เช่น ติดตามสุขภาพของผู้หญิง ภาวะน้ำในร่างกาย การนอนและน้ำหนัก
  • ข้อมูลเชิงลึกส่วนตัว รู้จักตัวเองเพื่อปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้น โดยการใช้ข้อมูลเชิงลึกที่ปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับการทำกิจกรรมของคุณ อัตราการเต้นของหัวใจ ข้อมูลโภชนาการ และการนอนหลับ เพื่อช่วยให้คุณทำตามเป้าได้สำเร็จ

ความสามารถอันล้ำหน้าในการติดตามและวิเคราะห์การนอน

สามารถช่วยให้ผู้ใช้นับล้านรายเข้าใจแผนการนอนหลับของตน รวมทั้งแนวการใช้ชีวิตที่อาจส่งผลต่อการนอน Fitbit จะเริ่มติดตามการนอนตั้งแต่ปี 2552 และได้พัฒนาฐานข้อมูลการหลับที่ใหญ่ที่สุดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

ไม่พลาดการเชื่อมต่อกับหลากหลายฟีเจอร์อัจฉริยะ

  1. การแจ้งเตือนเพิ่มเติมและการตอบกลับเร็ว ปรับการตั้งค่าและดูสายเรียกเข้าได้ตามใจชอบ ดูปฏิทิน ข้อความและการแจ้งเตือนจากแอปฯ ต่าง ๆ เช่น Facebook และ Uber รวมทั้งตอบรับหรือปฏิเสธสายเรียกเข้า และตอบรับการติดต่อระหว่างเดินทางด้วยข้อความตอบกลับเร็วที่มีในระบบไว้แล้วสำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ ซึ่งสามารถปรับแต่งได้
  2. แอปฯ ที่จำเป็นต้องใช้ ใช้แต่ละวันได้คุ้มค่าด้วยแอปฯ ยอดฮิตที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การใช้ชีวิต อย่างนาฬิกาปลุก นาฬิกาจับเวลา ข้อมูลสภาพอากาศ รวมทั้ง Fitbit Leaderboard และปฏิทินที่จะเข้ามาเสริมเมื่อมีการอัปเดตโปรแกรม
  3. แอปฯ ยอดฮิตของแบรนด์ต่าง ๆ แอปฯ ยอดนิยมจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่คัดสรรมา จะมีเพิ่มในตัวอุปกรณ์ในอนาคต เหมือนกับที่มีในรุ่น ไอออนิค และ เวอร์ซ่า
  4. การชำระเงินที่ง่ายและปลอดภัย เก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้านและใช้อุปกรณ์ ฟิตบิท ชาร์จ 3 ชำระเงินอย่างง่ายดายและปลอดภัยผ่าน Fitbit Pay ช่องทางชำระเงินแบบไร้สัมผัส ที่มีสถาบันการเงินกว่า100 แห่งใน 18 ประเทศรองรับ
  5. ใช้งานได้หลากหลายระบบ สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ระบบแอนดรอยด์และ iOS รวมทั้งวินโดว์สในเร็ว ๆ นี้ คุณจึงเลือกใช้แวร์เอเบิลที่ต้องการได้โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องโทรศัพท์

อุปกรณ์เสริม ราคา และการวางจำหน่าย

ปรับแต่งอุปกรณ์ Fitbit Charge 3 ของคุณได้ด้วยสายรัดข้อมือดีไซน์ใหม่ที่ใช้งานง่ายกว่าที่เคย พร้อมตัวเลือกอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ทำจากวัสดุพรีเมียมเช่นสายรัดผิวสัมผัสหลายเหลี่ยมคลาสสิกที่กันเปื้อนได้

สายรัดแนวสปอร์ตทำจากซิลิโคนที่มีรูระบายอากาศ สายถักแนวแฟชั่นและสายหนัง Horween งานฝีมือพรีเมียม และยังมี Fitbit Charge 3 รุ่น Special Edition ที่มาพร้อมสายซิลิโคนขาว พร้อมกรอบอลูมิเนียมกราไฟต์ หรือสายถักสีลาเวนเดอร์ พร้อมกรอบโลหะสีชมพูโรสโกลด์ และแต่งเป็นสองลุคในหนึ่งเดียวด้วยสายคลาสสิกสีดำที่มาในกล่อง

Fitbit Charge 3 จะวางจำหน่ายในราคา 6,490 บาท สำหรับสีดำพร้อมกรอบอลูมีเนียมกราไฟต์ หรือสีฟ้าเทาพร้อมกรอบอลูมิเนียมสีชมพูโรสโกลด์ สำหรับอุปกรณ์เสริมมีราคาระหว่าง 890-1,490 บาท ส่วน Fitbit Charge 3 รุ่น Special Edition จะวางจำหน่ายในราคา 6,990 บาท โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *